ผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ผลิตลำไย

ผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ผลิตลำไย รวมถึงติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มอบหน่วยงานในสังกัด เพิ่มมาตรการคุมเข้มการตรวจผลผลิตที่จะส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค
ข่าวสาร

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ผลิตลำไย รวมถึงติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ลำไยตำบลชมภู และโครงการยกระดับแปลงใหญ่ลำไยตำบลท่ากว้าง และโครงการยกระดับแปลงใหญ่ลำไยตำบลขัวมุง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จากนั้นเข้าเยี่ยมผู้ประกอบการรับซื้อลำไย ณ จุดรับซื้อ ลำไยล้งเจ๊กุ้ง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสำเริง ไชยเสน ให้การตัอนรับ และมีนายอำเภอสารภี นายเลอยศ พุทธชิโนรสสกุล นายอำเภอสารภี หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ หน่วยงานท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกร ร่วมต้อนรับและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่จำนวน 52 แปลง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 144,792,833 บาท ซึ่งอำเภอสารภีมีแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ จำนวน 3 แปลง งบประมาณ 8,997,240 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเชื่อมโยงตลาด โดยสร้างอาคารรวบรวมผลผลิต อาคารแปรรูป รวมถึงอุปกรณ์สำคัญในการจำหน่ายพร้อมบรรจุภัณฑ์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงตลาดออนไลน์ ที่ช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

สำหรับสถานการณ์ผลผลิตลำไยจังหวัดเชียงใหม่ในปี 64 นี้ มีผลผลิตประมาณ 260,000 ตัน ปัจจุบันมีปัญหาในการส่งออก เนื่องจากผลผลิตมีเพลี้ยแป้ง กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร จึงเพิ่มมาตรการคุมเข้มการตรวจผลผลิตที่จะส่งออก คือ 1) การปรับปรุงการจัดการสวน 2) การเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบศัตรูพืช ที่โรงคัดบรรจุเพื่อให้โรงคัดบรรจุมีส่วนรับผิดชอบในการส่งออกสินค้า โดยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ QC ตรวจสอบศัตรูพืชมากขึ้น 3) การเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบศัตรูพืชของเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร เพิ่มอัตราสุ่มตรวจจาก 3% เป็น 5 – 7 % ในกลุ่มผู้ส่งออกไปจีน 4) กรณีตรวจเจอศัตรูพืชกักกัน ครั้งที่ 1 จะระงับการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชเป็นเวลา 7 วัน และหากพบครั้งที่ 2 จะระงับการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชเป็นเวลา 3 เดือน 5) สำหรับโรงคัดบรรจุ จะเพิ่มความเข้มงวดการสุ่มตรวจสินค้าเป็นระดับในอัตรา 3% และ 5% – 7% อย่างต่อเนื่อง และมีการจัดลำดับล้งที่ส่งผลผลิตออกไปจีนเพิ่มความมั่นใจให้ประเทศคู่ค้า

ข่าวสาร

ในส่วนจังหวัดเชียงใหม่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด–19 สำหรับเกษตรกรชาวสวนลำไย ผู้ประกอบการกิจการรับซื้อลำไย และผู้รับจ้างเก็บลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในกลุ่มเกษตรกรลำไย โดยให้เกษตรกรรับจ้างเก็บลำไยทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ โดยให้แรงงานรับจ้างเก็บลำไยขึ้นทะเบียนแรงงาน ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ พร้อม swab ตรวจคัดกรอง รวมถึงให้ความรู้การปฏิบัติงาน และออกบัตรประจำตัวแรงงานเก็บลำไย อีกทั้งผู้ว่าจ้างจะต้องจ้างแรงงานที่มีบัตรประจำตัว หากพบผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว จะถือว่ามีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ และปนเปื้อนในผลผลิตลำไยในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวของเกษตรกร ถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ส่งผลต่อการส่งออกต่างประเทศอีกทางหนึ่ง